Krody Hosting – โครดี้ โฮสติ้ง

บริการติดตั้ง Magento ไทย, Prestashop ไทย, Opencart ไทย, จัดทำเว็บไซต์, ใช้โฮสติ้งต่างประเทศ เสถียร นิ่ง และแรง เชิญพิสูจน์

จัดทำเว็บไซต์ขายของผ่านเน็ต

Posted on มิถุนายน 27, 2012 |

ร้านค้าออนไลน์ที่ดี ควรจะเป็นอย่างไร และ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ควรจะประกอบด้วย เรื่องต่างๆ ดังนี้

1. เว็บไซต์ใช้งานง่าย ดูสบายตา เป็นที่คุ้นเคย โหลดได้เร็ว ไม่มีภาพกราฟฟิคมากเกินไป
2. ค้นหาสินค้าได้ง่าย ไม่สลับซับซ้อน
3. สามารถทำรายการชำระเงินค่าสินค้าได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว
4. มีความน่าเชื่อถือ ทั้งเรื่องของระบบ และ เรื่องความปลอดภัยในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล
5. สินค้าส่งเร็ว มีระบบตรวจสอบสถานะสินค้า
6. มีบริการหลังการขาย
7. ไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

ร้านค้าออนไลน์ที่ดี ที่เราเห็นโดยทั่วไป แบ่งได้เป็นแบบใดบ้าง ก็สามารถแบ่งโดยใช้ตัวแปรได้หลายแบบ ถ้าแบ่งตามการประมวลของ คือ

1. สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา
2. สินค้าของเรา และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น
3. สินค้าของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของเรา
4. สินค้าของผู้อื่น และ เว็บไซต์หรือร้านค้าบนเนตเป็นของผู้อื่น

ดังนั้น บทสรุป ณ ตอนนี้ สำหรับคนที่จะขายสินค้าผ่านเนต ต้องตอบคำถามตัวเองก่อนว่า

1. เรามีสินค้าไหม
2. สินค้าคืออะไร
3. จะขายใคร
4. ถ้าเราไม่มี เพื่อนๆ เรามีไหม พอจะเอามาขายได้ไหม
5. เพื่อนของเรา อยู่ใกล้ ไกล เราแค่ไหน
6. เอาสินค้าเพื่อนมาขาย เราจะซื้อขาดจากเพื่อนมา หรือ ขายได้ แล้วสั่งจากเพื่อน แบบไหน สิ้นเปลือง เวลา และ พลังงาน มากกว่ากัน
7. ถ้าเรามีสินค้าแล้ว เรามีภาพสินค้า หรือยัง มีกล้องไหม
8. มีสินค้า มีภาพแล้ว เราเขียนบรรยายคุณลักษณะของสินค้าแบบไหน ลองเขียนบ้างแล้วหรือยัง ไหนไปดูหน่อยซิ คนอื่นๆ เค้าเขียนกันว่าอย่างไร

ส่วนถ้าเราไม่มีสินค้าขายเอง เราก็คงจะต้องหันเหไปยังเว็บที่เค้าเปิดโอกาสให้เราขายสินค้าให้เค้า
9. ถ้าเราไม่มีสินค้าล่ะ ขายอะไร ขายยังไง
10. เว็บที่ให้เราสมัครเพื่อขายสินค้า ฟรีไหม มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือเปล่า
11. ขายอะไร ประเภทไหน ขายให้กับใคร
12. เป้าหมายลูกค้าของเรา อยู่ประเทศไหน อันนี้ก็สำคัญนะคะ เพราะ การตลาดผ่านเนต ทำได้ทั่วโลก (เดี๋ยววันหลังเรามาคุยเรื่อง Google Adwords กัน)

การสร้างร้านค้าออนไลน์

ก่อนจะมีร้านค้าออนไลน์ เป็นของเราเอง ให้พิจารณาเรื่องทำเลร้านกันก่อน ร้านออนไลน์ก็เหมือนร้านค้าจริง บนพื้นที่จริงบนโลกนั่นแหละค่ะ ที่เราจะต้องคิดถึงเรื่องของทำเลด้วย

ให้เปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ของการทำร้านแยกไปเลยร้านของเราคนเดียว ก็คือเราทำร้านของเราเอง เว็บของเรา โปรโมทเอง ทำอะไรเองทุกอย่าง

เปรียบเทียบกับ ร้านรวม ก็คือ ลักษณะของร้านที่อยู่รวมๆ ด้วยกัน แบบนี้ก็เช่นใน weloveshopping หรือ shopping ของ sanook ก็คือ มีร้านหลายๆ ร้านรวมกันในที่เดียว เปรียบก็คล้ายๆ จตุจักร คือ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจตุจักรมีของขายเยอะ มีร้านหลายร้าน ลูกค้านิยมมาจตุจักร งั้นเราก็ไปเปิดร้านที่จตุจักรเสียเลย

ถ้าผู้อ่านท่านใด ที่จะทำร้านค้าออนไลน์ แล้ว คิดว่า สินค้าของเรา เป็นสินค้าที่มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แล้วล่ะก็ ทำร้านของเราไปเลยโดดๆ แนะนำให้ใช้ Magento ไทย หรือ Prestashop ไทย หรือ Opencart ไทย

แต่ตัวไหนจะเหมาะกับร้านของเรา เบื้องต้นให้เป็นอันดับไว้ตามความซับซ้อนดังนี้ 1. Magento 2. Prestashop 3. Opencart

แต่ถ้าสินค้าของเรา เป็นสินค้าทั่วๆ ไป แต่เน้นราคาถูก มีโปรโมชั่น ไม่กลัวคู่แข่งที่มากมาย ก็เปิดร้านรวมๆ ในแห่งช๊อปปิ้งเดียวกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ถ้าขยัน ก็เปิดทั้งสองแบบเลย ทำร้านของเราเอง เว็บของเรา และในขณะเดียวกันก็ใช้บริการเว็บฟรีที่ให้เราฝากขายสินค้าได้ ไปพร้อมๆ กัน คือ ทดสอบ เปรียบเทียบว่า แบบไหนขายดีกว่ากัน

แต่ถ้าในระยะเริ่มต้นการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้น ก็แนะนำว่า ให้ใช้เว็บฟรีไปก่อนดีกว่า เพื่อทดลองขาย ถ้ามีแนวโน้มว่าขายได้ และมีลูกค้า ก็ค่อยๆ ขยับมาเปิดเว็บของเราเอง ลงทุนเพิ่มขึ้นหน่อย แต่ก็ดีในระยะยาว

หาเงินออนไลน์ Amazon.com กับ EBay และ Google Adsense แบบไหนดี

Posted on มิถุนายน 27, 2012 |

อเมซอนดอทคอม เป็น ทำโฆษณาทางเน็ต ซึ่งมีคนทำกันแพยร่หลาย และหลาย ๆ ท่านก็มีรายได้จากทางนี้เป็นกอบเป็นกำ เท่าที่เคยพบเจอพูดคุยและรู้จักมา ก็มีรายได้จากการทำ อเมซอนดอทคอม เดือนละ เป็นแสน ๆ แต่ต้องใช้ทุกวิถีทางในการทำการตลาดแข่งขันกัน ทั้งลง ppc หรือทำ seo ทั้งวัน วันทั้งวันจะรับข่าวสารแล้วเอาไปประมวลผลปรับ หรือสร้างเว็บไซต์ใหม่ ๆ ขึ้นมากันวันต่อวัน ลักษณะเบื้องต้น สมัครสมาชิก แล้วคุณก็นำสินค้าที่เค้ามีอยู่มาขาย รายได้เป็นค่านายหน้า เมื่อสินค้าส่งแล้ว (เมื่อมีการสั่งซื้อจะยังไม่ได้เงิน จนกว่าจะส่ง) การขายสามารถทำได้หลายทาง แต่แนะนำให้ใช้ Blog ครับ

อีเบย์ คือเว็บไซต์วางขายสินค้า ดังนั้นถ้าอยากรวยด้วย อีเบย์ นั่นคือคุณต้องมีสินค้า เพื่อเอาไปขาย โดยใช้ความต่างของค่าเงินเป็นจุดแข็ง เทคนิคสำหรับขายของ อีเบย์มีเยอะมาก เท่าที่เคยพบ เช่น กางเกงมวยไทย ในประเทศไทยตัวละไม่กี่ร้อย แต่พอขายใน อีเบย์สามารถขายได้ถึงตัวละ 700-800 บาท

ติดโฆษณากลูเกิ้ล เป็นระบบ คอนเท็กช่วล แอดเวอไทซิ่ง จะจ่ายเงินต่อเมื่อมีการคลิกโฆษณา โดยโฆษณาจะแสดงขึ้นมาเองจากระบบที่ทำการวิเคราะห์ keyword บนหน้าเว็บนั้นแล้ว ซึ่งราคาต่อคลิก จะไม่เท่ากัน จะมีลักษณะการทำงานโดยแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกการหาเงินจาก รับลงโฆษณา แล้วโฆษณานั้นจะถูกแสดงด้วยระบบเอง การแสดงโฆษณา เราสามารถเลือกรูปแบบโฆษณาได้หลายแบบ แต่ที่นิยม คือ เนื้อหาสาหรับโฆษณา คือ คลิกแล้วได้เงินเลย แต่ในช่วงหลังๆ ผู้ใช้มักจะหันไปทำเว็บภาษาอังกฤษแทน เพราะราคาคลิกของเว็บไซต์ต่างชาติราคาสูงกว่า

รายได้ที่ได้รับเท่าที่พบ สูงสุดที่เคยเห็นเช็คคือ 8 แสนบาทต่อเดือน ส่วนตัวผมเองที่เคยได้สูงสุดคือ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ช่วงหลังก็ยอดตกไปเหลือ 7-15 k/เดือน เท่านั้น

สรุปจะเห็นได้ว่าทุกอย่างที่คุณต้องการทำ คือการทำเว็บไซต์ครับ ดังนั้น
- ศึกษาการทำเว็บไซต์ ทางอินเตอร์เน็ตไปเรื่อย ๆ และก็ต้องทดลองทำซึ่งก็ต้องมีทุนนิดหน่อย คือจดโดเมนและเช่า โฮสติ้งก็คิดเป็นรายปี ซึ่งถูกมาก โดเมน 500 บาท และค่าโฮสติ้ง 1,000 บาทรวมแล้ว 1,500 บาทต่อปี ดังนั้นเรื่องทุน ไม่ใช่ปัญหา สามารถติดต่อ www.krodyhosting.com ได้
- หาไอเดีย เก็บข้อมูลข่าวสาร กระแส keyword แล้ววิเคราะห์ออกมาให้เป็นโอกาส ในการขายสินค้า หรือบริการข้อมูลให้ได้ ซึ่งวัน ๆ คุณก็จะอยู่กับคำว่า keyword
- การหาเงินในเน็ตจะค่อนข้างช้า คือกว่าคุณจะได้เงินแต่ละครั้งต้องรอเป็นเดือน ๆ และถ้าคุณลองทำในช่วงแรกแล้วรู้สึกว่าไม่ประสบความสำเร็จ ตรงจุดนี้แหระที่ทำให้คนท้อและเลิกทำในที่สุด บางเว็บที่คุณทำอาจต้องรอเป็นเดือน เป็นปี กว่าจะมีคนรู้จัก และเข้ามาใช้ ดังนั้นกว่าจะมีคนมาคลิกโฆษณา หรือกว่าที่คนจะมาซื้อสินค้าก็ต้องปรับแล้ว ปรับอีก กว่าจะได้แต่ละ $ มันช่างยากเย็น

ตัวอย่างเว็บไซต์สวยๆ

Posted on มิถุนายน 27, 2012 |

เรามีเทมเพลทสำหรับจัดทำเว็บสวยๆ ถึง 700 กว่าแบบ โดยล็อคอินเข้าสู่ระบบแล้วทำการเลือกเทมเพลทสวยๆ ได้ไม่จำกัด สามารถดาวน์โหลดสำหรับเว็บไซต์อื่นๆ ได้ โดยไม่ผิดลิขสิทธิ์ ในส่วนการแก้ไขสามารถแก้ไขด้วย Notepad, DreamWeaver จากนั้นก็อัพขึ้นเว็บโฮสติ้ง

สำหรับคนที่มีเฟสบุ๊คแฟนเพจ คุณสามารถไปสร้างกล่องเฟสบุ๊คไลท์แล้วนำมาวางในเว็บไซต์ตามตำแหน่งที่ต้องการ โดยต้องพิจารณาจากเทมเพลทก่อนว่ามีขนาดเท่าไหร่ ตอนไปสร้างกล่องเฟสบุ๊คไลท์ เพียงแต่นี้ เว็บไซต์ของคุณก็สามารถนำสตรีมจากเฟสบุ๊คมาแสดง อีกทั้งยังสามารถให้เพื่อนๆ กดไลท์ได้อีกด้วย

หาเงินผ่านเน็ตได้จริงด้วยโฆษณากลูเกิ้ล

Posted on มิถุนายน 13, 2012 |

ทำไมหลายคนถึงอยากศึกษาหาความรู้ในเรื่องของอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง? ถ้าให้ผมเดานะ ผมเดาว่า มันคือ เงิน นั่นเอง คุณได้เห็นโฆษณา ได้ยิน ได้ฟังมาว่า งานสบาย ๆ ได้เงินง่าย ๆ ลองคลิกเข้ามาดูดิ, ทำงานที่บ้าน ได้เงินง่าย ๆ ไม่ต้องเดินทาง เพียงแค่ออนไลน์, มาโกยเงินดอลลาร์เข้ากระเป๋าด้วยวิธีง่าย ๆ กันเถอะ ฯลฯ คุณเห็นกระทู้โชว์เช็คแสดงรายได้จากการทำ โฆษณากลูเกิ้ล ด้วยตัวเลขแตะตาห้าหกแสนบาท แถมยังย้ำว่านี่คือรายได้เพียงแค่ 20 % ของรายได้ต่อเดือน! คุณคิดเหมือน ๆ กันว่า เพียงแค่เขียนบล็อกก็สามารถสร้างรายได้ (วันละ 0.5 เซนต์ วันละ 3.75 เหรียญ วันละ 10 เหรียญ หรือเดือนละ 10,000 เหรียญ) คุณคิดถูกต้องแล้ว

ลองพิจารณาเว็บ www.krodyhosting.com สิครับ ผมติดโฆษณาจากกลูเกิ้ล เพียงแต่คุณเข้ามาอ่านและคลิ๊กที่โฆษณา ผมก็ได้รับเงินแล้ว ลองคิดดูว่าเว็บนี้ทำง่ายแค่ไหน แถมเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณคิดว่า ต้องแพงแน่ ผมบอกคุณเลยว่า ค่าโดเมน 500 บาทต่อปี บวกค่าโฮสติ้ง 1,000 บาทต่อปี รวมแล้ว 1,500 บาทต่อปี แต่เงินที่คุณได้รับรับเป็นเหรียญต่อวัน ปีหนึ่งมีถึง 365 วัน!

สำหรับผมนั้น ผมสนใจศึกษาหาความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง เพราะผมกระหายทักษะความรู้ มากกว่า เงินตรา ผมไม่ได้พูดเท่ ๆ นะครับ ผมคิดเช่นนี้จริง ๆ เพราะอะไร ก็เพราะว่า ทักษะความรู้ในเรื่องอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง มันมีมูลค่ามากกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก ผมคิดว่าหลายท่านก็คิดถึงแค่ แค่เขียนบล็อกก็ได้เงิน, แค่ติด โฆษณากลูเกิ้ล ในบล็อกก็จะสามารถสร้างรายได้ มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับผมไม่เถียง

ตั้งอกตั้งใจศึกษาหาความรู้กันต่อไปนะครับ เชื่อผมซิ ความรู้ที่คุณได้รับในแต่ละวัน (เมื่อคุณตั้งใจศึกษา) มันมีมูลค่ามากกว่ารายได้จาก โฆษณากลูเกิ้ล ที่คุณได้รับ วันละ 0.75 เซนต์ หรือ 1 เหรียญ แน่ ๆ แต่คุณต้องรู้จักนำเอาความรู้ที่ได้ และทักษะที่มีมาใช้ (ตามอ่านบล็อกของผมไปเรื่อย ๆ ครับ แล้วคุณจะค่อย ๆ รู้ว่า คุณจะนำเอาทักษะ และความรู้ทางด้านอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งไปทำอะไร เพื่อเพิ่มมูลค่าได้บ้าง เพราะผมจะบอกคุณแบบหมดเปลือก (แต่เท่าที่ผมรู้) นะครับ)

คุณต้องทราบก่อนนะครับว่า อินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง คืออะไร นอกจากนี้ก็ยังมีคำศัพท์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่คุณต้องทราบ ผมจะขออธิบายสั้น ๆ ดังนี้ครับ

อินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง ก็คือ การทำ ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต ทำอะไรก็ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้า และบริการมาจำหน่ายบนเว็บไซต์ การจัดทำเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจ การจัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วขายพื้นที่โฆษณา ฯลฯ

ปัจจุบันนี้ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็เลยทำให้มีเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกิดขึ้นมากมายก่ายกองไปหมด เรียกได้ว่าครอบคลุมในทุกประเภทธุรกิจ ไหนจะเว็บไซต์ประเภทอื่น ๆ อีก ไหนจะเว็บไซต์ส่วนบุคคล หรือ บล็อก

เนื่องจากมีเว็บไซต์ และ ข้อมูลเยอะแยะมากมายบนอินเทอร์เน็ต การจะเข้าถึงเว็บไซต์ และข้อมูลต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยเครื่องมือในการสืบค้นค้นหาที่มีประสิทธิภาพ เว็บไซต์ที่ให้บริการในการสืบค้นค้นหาข้อมูลก็เช่น yahoo.com, live.com, google.com ฯลฯ

การใช้บริการเว็บไซต์สืบค้นข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่คุณพิมพ์ข้อความสั้น ๆ (Keyword) พิมพ์ คำจำกัดความในสิ่งที่คุณต้องการทราบ ต้องการค้นหา และคุณก็จะได้ผลลัพท์ที่ตรงกับความต้องการบ้าง ไม่ตรงบ้างก็ว่ากันไป สำหรับเว็บไซต์ที่ให้บริการสืบค้นค้นหาข้อมูล (Search Engine) ที่ว่ากันว่าอัจฉริยะที่สุด ให้ผลลัพท์ของการค้นหาได้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุดก็คือ google.com (รวมถึงได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยนะครับ)

ถ้าคุณเข้าไปที่ google.com แล้วพิมพ์คำว่า web hosting คุณก็จะได้ผลลัพท์ของการค้นหาซึ่งเกี่ยวข้องกับคำว่า web hosting มากมาย ตั้ง 300,000,000 เว็บไซต์! แต่กลูเกิ้ลจะนำผลลัพท์ของการค้นหามาแสดงที่หน้าแรกเพียงแค่ 10 รายการเท่านั้นครับ แน่นอนที่สุด ผลลัพท์ใน 10 รายการแรกจะถูกมองเห็นก่อนใครเพื่อน และมีการวิเคราะห์กันว่า รายการผลลัพท์ที่แสดงในอันดับต้น ๆ จะถูกเลือกคลิกก่อน

ที่นี้ถ้าคุณทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต และมีเว็บไซต์ แล้วเว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้น ๆ ของผลลัพท์การค้นหา ผ่านเว็บไซต์สืบค้นข้อมูลอัจฉริยะอย่างกลูเกิ้ล แน่นอนว่าผู้คนจากทั่วโลกจะเห็นเว็บไซต์ของคุณเป็นจำนวนมาก ผู้คนจะเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันคน หรือ เป็นหมื่นคนต่อวัน โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลยสักบาทเดียว !

ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ เชื่อได้ว่า คุณคงพอจะเข้าใจแล้วนะครับว่า อินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง  คืออะไร และสามารถสร้างรายได้ได้จริง เพียงแต่ต้องเข้าใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง